ขั้นตอนนำเข้า-ส่งออกสินค้าระหว่างประเทศทางทะเล ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง

Table of Contents

การนำเข้า-ส่งออกสินค้าระหว่างประเทศไม่ได้เป็นเพียงการนำสินค้าขึ้นเรือแล้วส่งไปยังอีกประเทศหนึ่ง แต่เป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย ตั้งแต่ผู้ส่งออก ผู้นำเข้า Freight Forwarder สายเรือ ตัวแทนออกของ ท่าเรือ ผู้ให้บริการขนส่ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สำหรับธุรกิจที่มีการนำเข้า-ส่งออกสินค้าทางทะเล การเข้าใจ ขั้นตอนนำเข้า ส่งออก ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง จะช่วยให้สามารถวางแผนเอกสาร ระยะเวลา ค่าใช้จ่าย และการประสานงานได้เป็นระบบมากขึ้น

ขั้นตอนจริงอาจแตกต่างกันตามประเภทสินค้า ประเทศต้นทาง ประเทศปลายทาง เงื่อนไขการซื้อขาย รูปแบบการขนส่ง และข้อกำหนดของศุลกากรในแต่ละประเทศ แต่โดยภาพรวมสามารถอธิบายได้ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1: ผู้ส่งออกเตรียมสินค้าและเอกสาร

กระบวนการเริ่มต้นจากโรงงาน คลังสินค้า หรือสถานที่ของผู้ส่งออก เมื่อสินค้าผลิตเสร็จหรือพร้อมส่งออก ผู้ส่งออกต้องเตรียมสินค้าและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้เรียบร้อย

เอกสารเบื้องต้นอาจประกอบด้วย Commercial Invoice, Packing List, เอกสารส่งออก เอกสารรับรองสินค้า หรือเอกสารเฉพาะที่ประเทศปลายทางกำหนด

ในขั้นตอนนี้ ผู้ส่งออกอาจติดต่อ Freight Forwarder หรือสายเรือ เพื่อเริ่มวางแผนการขนส่งและจองระวางเรือ

ขั้นตอนที่ 2: จองระวางเรือกับ Freight Forwarder หรือสายเรือ

เมื่อสินค้าและข้อมูลการขนส่งพร้อม ผู้ส่งออกหรือตัวแทนจะดำเนินการจองระวางเรือกับ Freight Forwarder หรือสายเรือ

ข้อมูลสำคัญในการจองระวางเรือมักประกอบด้วย

  • ท่าเรือต้นทาง
  • ท่าเรือปลายทาง
  • ตารางเรือ
  • ประเภทตู้สินค้า
  • รายละเอียดสินค้า
  • วันตัดรับสินค้า
  • วันที่เรือออกโดยประมาณ
  • วันที่เรือถึงโดยประมาณ
  • เส้นทางขนส่ง
  • เงื่อนไขค่าระวาง

เมื่อการจองได้รับการยืนยัน ผู้ส่งออกจะได้รับ Booking Confirmation เพื่อนำไปใช้วางแผนการส่งมอบสินค้าต่อไป

ขั้นตอนที่ 3: ขนส่งสินค้าไปยังท่าเรือต้นทาง

หลังได้รับ Booking Confirmation ผู้ส่งออกต้องจัดส่งสินค้าออกจากสถานที่ของตนไปยังท่าเรือต้นทางภายในเวลาที่กำหนด

การส่งสินค้าให้ทันตาม Cut-off Time เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะหากส่งสินค้าไม่ทัน อาจต้องเลื่อนไปใช้เรือรอบถัดไป ซึ่งอาจกระทบต่อตารางส่งมอบและค่าใช้จ่าย

ขั้นตอนนี้ต้องประสานงานระหว่างผู้ส่งออก ผู้ให้บริการรถขนส่ง คลังสินค้า Freight Forwarder และท่าเรือ

ขั้นตอนที่ 4: ผ่านพิธีการศุลกากรขาออก

ก่อนสินค้าจะถูกส่งออกจากประเทศต้นทาง ผู้ส่งออกต้องดำเนินพิธีการศุลกากรขาออก

ผู้ส่งออกสามารถดำเนินการเอง หรือแต่งตั้ง Customs Broker หรือตัวแทนออกของให้ดำเนินการแทนได้

เอกสารที่มักเกี่ยวข้อง เช่น

  • ใบขนสินค้าขาออก
  • Commercial Invoice
  • Packing List
  • ใบอนุญาตส่งออก หากเป็นสินค้าควบคุม
  • Certificate หรือเอกสารเฉพาะสินค้า หากมี
  • เอกสารอื่นตามข้อกำหนดของสินค้าและประเทศปลายทาง

รายการเอกสารจริงอาจแตกต่างกันตามประเภทสินค้าและข้อกำหนดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ขั้นตอนที่ 5: ยกสินค้าขึ้นเรือและออก Bill of Lading

เมื่อสินค้ามาถึงท่าเรือต้นทาง และผ่านพิธีการศุลกากรขาออกเรียบร้อยแล้ว สายเรือหรือผู้ขนส่งจะดำเนินการรับสินค้าและยกตู้สินค้าขึ้นเรือ

หลังจากสินค้าถูกโหลดขึ้นเรือ หรือได้รับไว้เพื่อขนส่งตามเงื่อนไขที่กำหนด สายเรือหรือผู้แทนจะออก Bill of Lading หรือ B/L ให้แก่ผู้ส่งออก

Bill of Lading เป็นเอกสารสำคัญในการขนส่งทางทะเล เพราะแสดงรายละเอียดการขนส่ง และในบางกรณีอาจใช้เกี่ยวข้องกับการปล่อยสินค้าหรือสิทธิในการรับสินค้าที่ปลายทาง

ผู้ส่งออกอาจต้องชำระค่าระวางและค่าใช้จ่ายต้นทางตามเงื่อนไขการซื้อขายและข้อตกลงกับผู้ให้บริการขนส่ง

ขั้นตอนที่ 6: เรือถึงท่าเรือปลายทาง

เมื่อเรือเดินทางถึงท่าเรือปลายทาง สายเรือจะดำเนินการยกตู้สินค้าลงจากเรือ

ผู้นำเข้าหรือตัวแทนของผู้นำเข้าต้องติดต่อสายเรือหรือตัวแทนปลายทาง เพื่อชำระค่าใช้จ่ายปลายทาง และดำเนินการขอเอกสารสำหรับปล่อยสินค้า

โดยทั่วไป ผู้นำเข้าอาจต้องใช้ Bill of Lading หรือคำสั่งปล่อยสินค้าที่เกี่ยวข้อง เพื่อแลกหรือขอ Delivery Order จากสายเรือหรือตัวแทนปลายทาง

Delivery Order เป็นเอกสารสำคัญที่ใช้สำหรับดำเนินการรับสินค้าจากท่าเรือหรือสถานที่เก็บสินค้า

ขั้นตอนที่ 7: ผ่านพิธีการศุลกากรขาเข้าและชำระภาษีอากร

ก่อนนำสินค้าออกจากอารักขาศุลกากร ผู้นำเข้าต้องดำเนินพิธีการศุลกากรขาเข้าให้เรียบร้อย

ผู้นำเข้าหรือตัวแทนออกของจะจัดเตรียมและยื่นใบขนสินค้าขาเข้า พร้อมเอกสารประกอบ เช่น

  • Import Declaration หรือใบขนสินค้าขาเข้า
  • Commercial Invoice
  • Packing List
  • Bill of Lading
  • Delivery Order
  • ใบอนุญาตนำเข้า หากเป็นสินค้าควบคุม
  • Certificate of Origin หากใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีหรือมีข้อกำหนด
  • เอกสารประกันภัย หากเกี่ยวข้อง
  • เอกสารอื่นตามข้อกำหนดของสินค้า

หากมีภาษี อากร หรือค่าใช้จ่ายนำเข้า ผู้นำเข้าต้องชำระให้ถูกต้องตามข้อกำหนดของประเทศปลายทาง

ขั้นตอนที่ 8: ปล่อยสินค้าและจัดรถรับสินค้าจากท่าเรือ

เมื่อผ่านพิธีการศุลกากรขาเข้าและได้รับอนุญาตให้ปล่อยสินค้าแล้ว ผู้นำเข้าจะจัดรถไปรับสินค้าจากท่าเรือหรือสถานที่เก็บสินค้า เพื่อนำไปส่งยังคลังสินค้า โรงงาน หรือสถานที่ปลายทางของผู้นำเข้า

ในขั้นตอนนี้ควรบริหารเวลาให้ดี เพราะหากเกิดความล่าช้า อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าเก็บตู้ ค่าเสียเวลาตู้ ค่าเก็บสินค้า หรือค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับท่าเรือและสายเรือ

ขั้นตอนที่ 9: ตรวจสอบสินค้าเมื่อถึงปลายทาง

เมื่อสินค้าถูกส่งถึงสถานที่ของผู้นำเข้าแล้ว ผู้นำเข้าควรตรวจสอบสภาพสินค้าให้ครบถ้วนก่อนยืนยันการรับสินค้า

สิ่งที่ควรตรวจสอบ เช่น

  • จำนวนหีบห่อ
  • สภาพสินค้า
  • ความเสียหายที่มองเห็นได้
  • สภาพ Seal หากเกี่ยวข้อง
  • สภาพบรรจุภัณฑ์
  • จำนวนสินค้าตาม Packing List
  • ความถูกต้องของข้อมูลสินค้า

หากพบความเสียหายหรือสินค้าขาดหาย ควรบันทึกหลักฐานและแจ้งผู้เกี่ยวข้องโดยเร็ว

ทำไมการประสานงานจึงสำคัญในกระบวนการนำเข้า-ส่งออก

การนำเข้า-ส่งออกสินค้าระหว่างประเทศมีหลายขั้นตอนและเกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย หากเกิดความผิดพลาดเพียงขั้นตอนเดียว อาจกระทบต่อทั้งกระบวนการ

ปัญหาที่พบได้บ่อย เช่น

  • เอกสารไม่ถูกต้อง
  • ส่งสินค้าไม่ทัน Cut-off
  • ข้อมูลศุลกากรไม่ครบ
  • วิธีการปล่อยสินค้าไม่ชัดเจน
  • ชำระค่าใช้จ่ายปลายทางล่าช้า
  • ขาดใบอนุญาตนำเข้า
  • สินค้าปล่อยล่าช้า
  • การสื่อสารระหว่างผู้เกี่ยวข้องไม่ต่อเนื่อง

ดังนั้น ธุรกิจควรวางแผนการนำเข้า-ส่งออกล่วงหน้า และทำงานร่วมกับผู้ที่เข้าใจกระบวนการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ

ทำงานร่วมกับ Freight Forwarder ช่วยให้กระบวนการชัดเจนขึ้น

Freight Forwarder สามารถช่วยประสานงานหลายส่วนของกระบวนการนำเข้า-ส่งออก เช่น การจองระวางเรือ การประสานงานกับสายเรือ การวางแผนขนส่ง การตรวจสอบข้อมูลเอกสาร และการประสานงานด้านพิธีการที่เกี่ยวข้อง

สำหรับธุรกิจที่ไม่ได้ดำเนินการขนส่งระหว่างประเทศเป็นประจำ การทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ด้านโลจิสติกส์สามารถช่วยลดข้อผิดพลาดที่หลีกเลี่ยงได้ และทำให้แต่ละขั้นตอนมีความชัดเจนมากขึ้น

พาร์ทเนอร์ด้านโลจิสติกส์ที่เหมาะสมควรช่วยให้ธุรกิจเข้าใจกระบวนการ เตรียมข้อมูลสำคัญ และประสานงานการขนส่งตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางได้อย่างเป็นระบบ

Picture of ทีมงาน BOP Express
ทีมงาน BOP Express

BOP Express แบ่งปันข้อมูลและมุมมองด้านโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ พิธีการศุลกากร เฟรทฟอร์เวิร์ดดิ้ง ขนส่งทางอากาศ ทางเรือ ขนส่งข้ามแดน และซัพพลายเชน เพื่อสนับสนุนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าและส่งออก

ติดต่อเรา
Picture of ทีมงาน BOP Express
ทีมงาน BOP Express

BOP Express แบ่งปันข้อมูลและมุมมองด้านโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ พิธีการศุลกากร เฟรทฟอร์เวิร์ดดิ้ง ขนส่งทางอากาศ ทางเรือ ขนส่งข้ามแดน และซัพพลายเชน เพื่อสนับสนุนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าและส่งออก

ติดต่อเรา