สั่งสินค้าจากต่างประเทศแล้วเกิดอะไรขึ้น? เข้าใจกระบวนการนำเข้าสินค้าไทย

Table of Contents

ทุกวันนี้การสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศทำได้ง่ายขึ้นมาก เพียงเลือกสินค้า กดยืนยันคำสั่งซื้อ ชำระเงิน และเลือกวิธีจัดส่ง ก็เหมือนจะจบขั้นตอนทั้งหมดแล้ว

แต่ในความเป็นจริง เมื่อสินค้าเริ่มเคลื่อนย้ายจากต่างประเทศเข้ามายังประเทศไทย การกดสั่งซื้อเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น

หลังจากนั้นสินค้าจะเข้าสู่กระบวนการ Logistics ระหว่างประเทศ ซึ่งเกี่ยวข้องทั้งการขนส่ง เอกสารนำเข้า พิธีการศุลกากร ภาษีและอากรตามกรณี ข้อกำหนดของสินค้า การปล่อยสินค้า และการจัดส่งไปยังปลายทาง

โดยเฉพาะธุรกิจที่นำเข้าสินค้าเพื่อจำหน่าย วัตถุดิบ เครื่องจักร ชิ้นส่วน หรืออุปกรณ์สำหรับใช้ในการดำเนินธุรกิจ การเข้าใจกระบวนการเหล่านี้ตั้งแต่ต้นสามารถช่วยให้วางแผนการนำเข้าได้ดีขึ้น

ดูวิดีโอ: เมื่อสั่งสินค้าจากต่างประเทศแล้วเกิดอะไรขึ้น?

วิดีโอนี้อธิบายภาพรวมง่าย ๆ ว่า หลังจากเราสั่งสินค้าจากต่างประเทศแล้ว สินค้าจะต้องผ่านขั้นตอนอะไรบ้างก่อนที่จะเดินทางมาถึงผู้รับในประเทศไทย

เบื้องหลังการขนส่งหนึ่ง Shipment มีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ตั้งแต่ Supplier ในต่างประเทศ ผู้ให้บริการขนส่ง Freight Forwarder ตัวแทนออกของ ศุลกากร คลังสินค้า ไปจนถึงผู้ให้บริการขนส่งภายในประเทศ

กดสั่งสินค้าแล้ว ไม่ได้หมายความว่าสินค้าจะเดินทางมาถึงเราได้ทันที

เมื่อธุรกิจซื้อสินค้าจาก Supplier ในต่างประเทศ จะมีข้อมูลหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าตั้งแต่ต้น เช่น

  • ประเทศต้นทาง
  • ประเภทและรายละเอียดสินค้า
  • จำนวนสินค้า น้ำหนัก และขนาด
  • วิธีการขนส่ง
  • Incoterms
  • เอกสารประกอบการขนส่ง
  • ใบอนุญาตหรือเอกสารรับรอง หากสินค้านั้นกำหนดให้ต้องมี
  • ภาษีและอากรที่อาจเกี่ยวข้อง
  • สถานที่จัดส่งปลายทาง

ดังนั้นการวางแผนนำเข้าที่ดีจึงควรเริ่ม ก่อนสินค้าถูกส่งออกจากประเทศต้นทาง ไม่ใช่รอจนสินค้ามาถึงประเทศไทยแล้วจึงเริ่มตรวจสอบ

ขั้นตอนที่ 1: เตรียมสินค้าและเลือกวิธีขนส่ง

หลังจากยืนยันคำสั่งซื้อ Supplier จะเตรียมสินค้าเพื่อจัดส่ง

รูปแบบการขนส่งอาจเป็น

  • Air Freight
  • Sea Freight
  • การขนส่งทางถนน
  • Express Shipment
  • หรือการขนส่งหลายรูปแบบร่วมกัน

การเลือกวิธีขนส่งขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ปริมาณสินค้า น้ำหนัก ขนาด ระยะเวลา ต้นทาง ปลายทาง ต้นทุน และลักษณะเฉพาะของสินค้า

ข้อมูลที่ถูกต้องในขั้นตอนนี้ยังมีความสำคัญต่อเอกสารและการดำเนินพิธีการศุลกากรในขั้นตอนต่อไปด้วย

ขั้นตอนที่ 2: เตรียมเอกสารนำเข้า

การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยทั่วไปต้องมีเอกสารประกอบ Shipment

เอกสารที่พบได้บ่อย เช่น

  • Commercial Invoice
  • Packing List
  • Bill of Lading หรือ Air Waybill
  • Certificate of Origin ในกรณีที่เกี่ยวข้อง
  • Import Licence หรือใบอนุญาตนำเข้า หากสินค้ากำหนด
  • Certificate หรือเอกสารประกอบอื่นตามประเภทสินค้า

เอกสารที่ต้องใช้จริงอาจแตกต่างกันตามประเภทสินค้า HS Code ประเทศต้นทาง มูลค่าสินค้า เงื่อนไขการค้า และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

หากข้อมูลในเอกสารไม่ครบหรือไม่สอดคล้องกัน อาจทำให้ต้องแก้ไขหรือประสานงานเพิ่มเติมในขั้นตอนพิธีการศุลกากร

ขั้นตอนที่ 3: สินค้าเดินทางมาถึงประเทศไทย

เมื่อสินค้าเดินทางมาถึงท่าเรือ สนามบิน ด่านชายแดน หรือพื้นที่ภายใต้การควบคุมของศุลกากร สินค้ายังไม่สามารถถูกนำออกไปส่งยังโกดังหรือโรงงานของผู้นำเข้าได้ทันที

Shipment จะต้องเข้าสู่ขั้นตอนการนำเข้าและพิธีการศุลกากรที่เกี่ยวข้อง

ในจุดนี้ข้อมูลหลายอย่างจะมีความสำคัญ เช่น

  • ประเภทสินค้า
  • HS Code
  • ราคาศุลกากร
  • ภาษีและอากร
  • ใบอนุญาต
  • เอกสารประกอบการนำเข้า

ขั้นตอนที่ 4: ดำเนินพิธีการศุลกากร

พิธีการศุลกากร หรือ Customs Clearance เป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญของการนำเข้าสินค้า

ผู้นำเข้าหรือตัวแทนที่ได้รับมอบหมายจะต้องจัดเตรียมข้อมูลและดำเนินการตามข้อกำหนดของ Shipment นั้น

HS Code

สินค้าจะต้องถูกจำแนกประเภทตามพิกัดศุลกากรที่เหมาะสม

HS Code มีความเกี่ยวข้องกับอัตราอากร ข้อกำหนดการนำเข้า และเอกสารที่อาจต้องใช้

ราคาศุลกากร

ราคาศุลกากรถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาและคำนวณภาษีอากรที่เกี่ยวข้อง

หลักการประเมินราคาศุลกากรมีรายละเอียดและเงื่อนไขตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ของกรมศุลกากร

ภาษีและอากร

สินค้านำเข้าแต่ละประเภทอาจมีภาษีและอากรแตกต่างกัน เช่น

  • อากรขาเข้า
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • ภาษีสรรพสามิตในสินค้าบางประเภท
  • ค่าใช้จ่ายหรือภาษีอื่นที่เกี่ยวข้อง

สินค้าควบคุมหรือสินค้าที่ต้องขออนุญาต

สินค้าบางประเภทไม่สามารถนำเข้าได้เพียงมี Invoice และ Packing List เท่านั้น

อาจต้องมีใบอนุญาต การขึ้นทะเบียน Certificate หรือการอนุมัติจากหน่วยงานที่รับผิดชอบก่อนนำเข้า

จึงควรตรวจสอบประเภทสินค้าก่อนส่งสินค้าจากต้นทาง

ขั้นตอนที่ 5: ตรวจสอบและปล่อยสินค้า

หลังจากยื่นข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องแล้ว Shipment จะเข้าสู่กระบวนการของศุลกากร

บาง Shipment อาจต้องมีการตรวจสอบเอกสาร ขอข้อมูลเพิ่มเติม ตรวจสินค้า หรือประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและเงื่อนไขของแต่ละกรณี

เมื่อดำเนินพิธีการครบถ้วนและสินค้าได้รับอนุญาตให้ปล่อยแล้ว จึงสามารถเข้าสู่ขั้นตอนการรับสินค้าและขนส่งต่อได้

ขั้นตอนที่ 6: ขนส่งสินค้าไปยังปลายทาง

การผ่านพิธีการศุลกากรไม่ได้หมายความว่ากระบวนการ Logistics สิ้นสุดแล้ว

สินค้าอาจยังต้องผ่านขั้นตอนต่าง ๆ เช่น

  • รับสินค้าออกจากท่าเรือ สนามบิน หรือ Terminal
  • นำสินค้าเข้าคลัง
  • เปิดตู้หรือแยกสินค้า
  • จัดรถขนส่ง
  • ส่งสินค้าไปยังโรงงาน
  • ส่งไปยัง Distribution Center
  • ส่งเข้าสู่ Warehouse
  • หรือส่งไปยัง Project Site

ธุรกิจจึงควรวางแผนขั้นตอนเหล่านี้ให้สอดคล้องกับ Supply Chain ทั้งระบบ

ทำไมควรตรวจสอบเรื่องการนำเข้าก่อนส่งสินค้า?

ปัญหาที่พบในการนำเข้าส่วนหนึ่งไม่ได้เกิดจากการขนส่ง แต่เกิดจากการเริ่มส่งสินค้าไปแล้วโดยยังไม่ได้ตรวจสอบรายละเอียดการนำเข้าให้ครบ

ตัวอย่างเช่น

  • เอกสารไม่ครบ
  • รายละเอียดสินค้าไม่ชัดเจน
  • HS Code ยังไม่แน่นอน
  • ไม่มีใบอนุญาตที่จำเป็น
  • Invoice และ Packing List มีข้อมูลไม่ตรงกัน
  • ไม่ได้ประมาณภาษีและอากรไว้ก่อน
  • ต้องรอเอกสารหรือข้อมูลเพิ่มเติม
  • เกิดค่าใช้จ่ายด้านคลังหรือการขนส่งเพิ่มเติม

หลายปัญหาสามารถลดความเสี่ยงได้ หากมีการตรวจสอบ Shipment ก่อนสินค้าออกจากประเทศต้นทาง

Freight Forwarder และตัวแทนออกของมีหน้าที่อย่างไร?

งาน Logistics ระหว่างประเทศไม่ได้มีเพียงการนำสินค้าจากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่ง

Freight Forwarder มีบทบาทในการประสานการขนส่งจากต้นทางไปยังปลายทาง ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้าน Customs Clearance ช่วยดูแลข้อมูล เอกสาร ใบขนสินค้า การประสานงานด้านศุลกากร และขั้นตอนการปล่อยสินค้า

สำหรับธุรกิจที่มีการนำเข้าสม่ำเสมอ หรือมีสินค้าที่มีข้อกำหนดเฉพาะ การจัดการกระบวนการเหล่านี้อย่างเป็นระบบจะช่วยให้มองเห็นทั้ง Shipment ได้ชัดเจนขึ้น

BOP Express กับการสนับสนุนงานนำเข้า

BOP Express ให้บริการด้าน Logistics ระหว่างประเทศ ครอบคลุม Freight Forwarding, Customs Clearance, การประสานเอกสาร, Air Freight, Sea Freight, Cross-Border Logistics และการจัดส่งสินค้าไปยังปลายทาง

BOP Express ยังเป็นผู้ประกอบการที่มีรายชื่ออยู่ในระบบ Authorized Economic Operator หรือ AEO ของกรมศุลกากร ซึ่งเกี่ยวข้องกับมาตรฐานด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนดศุลกากรและความปลอดภัยของ Supply Chain

ดังนั้นสำหรับธุรกิจที่กำลังวางแผนนำเข้าสินค้า การตรวจสอบเรื่องการขนส่ง เอกสาร ข้อกำหนดของสินค้า และพิธีการศุลกากรตั้งแต่ก่อนเริ่ม Shipment จะช่วยให้การวางแผนทั้งกระบวนการมีความชัดเจนมากขึ้น

กำลังวางแผนนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ?
BOP Express พร้อมสนับสนุนการวางแผนด้านการขนส่ง เอกสารนำเข้า พิธีการศุลกากร และการจัดส่งสินค้า ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง

แชร์เนื้อหานี้ !!

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง !!

Picture of ทีมงาน BOP Express
ทีมงาน BOP Express

BOP Express แบ่งปันข้อมูลและมุมมองด้านโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ พิธีการศุลกากร เฟรทฟอร์เวิร์ดดิ้ง ขนส่งทางอากาศ ทางเรือ ขนส่งข้ามแดน และซัพพลายเชน เพื่อสนับสนุนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าและส่งออก

ติดต่อเรา
Picture of ทีมงาน BOP Express
ทีมงาน BOP Express

BOP Express แบ่งปันข้อมูลและมุมมองด้านโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ พิธีการศุลกากร เฟรทฟอร์เวิร์ดดิ้ง ขนส่งทางอากาศ ทางเรือ ขนส่งข้ามแดน และซัพพลายเชน เพื่อสนับสนุนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าและส่งออก

ติดต่อเรา