การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศไม่ได้มีเพียงการนำสินค้าจากสนามบินหนึ่งไปยังอีกสนามบินหนึ่ง หรือจากท่าเรือต้นทางไปยังท่าเรือปลายทาง
ก่อนเริ่ม International Freight สินค้าอาจต้องถูกรับจาก Supplier ขนส่งไปยัง Warehouse หรือ Terminal ผ่านขั้นตอนส่งออกและพิธีการศุลกากร
เมื่อสินค้าเดินทางถึงประเทศปลายทาง ก็ยังมีขั้นตอน Destination Handling, Customs Clearance, Cargo Release และ Inland Transportation ก่อนสินค้าจะถึง Warehouse โรงงาน Project Site หรือสถานที่ของผู้รับจริง
สำหรับธุรกิจที่ต้องการให้กระบวนการเหล่านี้ถูกประสานงานเป็น Logistics Chain เดียว การใช้บริการแบบ Door-to-Door สามารถเป็นแนวทางที่เหมาะสมได้
อย่างไรก็ตาม คำว่า “Door-to-Door” ไม่ได้หมายความว่า ค่าใช้จ่าย ภาษี การตรวจสินค้า หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมทุกประเภทจะรวมอยู่ในราคาโดยอัตโนมัติ
Scope จริงจะขึ้นอยู่กับ Freight Quote, Incoterms, ต้นทาง ปลายทาง ประเภทสินค้า พิธีการศุลกากร และข้อตกลงกับผู้ให้บริการ
บทความนี้จะอธิบายว่า Door-to-Door Logistics โดยทั่วไปมีขั้นตอนอะไรบ้าง และธุรกิจควรตรวจสอบอะไรให้ชัดเจนก่อนยืนยัน Shipment
Door-to-Door Logistics คืออะไร
Door-to-Door Logistics โดยทั่วไปหมายถึงการจัดการขนส่งสินค้าจาก จุดรับสินค้าที่ตกลงกันในต้นทาง ไปยังจุดส่งมอบที่ตกลงกันในปลายทาง
สำหรับ Shipment ระหว่างประเทศ กระบวนการอาจประกอบด้วย:
- รับสินค้าจาก Supplier หรือ Shipper
- Inland Transportation ฝั่งต้นทาง
- Origin Warehouse หรือ Terminal Handling
- พิธีการศุลกากรขาออก
- ขนส่งระหว่างประเทศทางเรือ ทางอากาศ หรือข้ามแดน
- Destination Handling
- พิธีการศุลกากรขาเข้า
- Cargo Release
- Inland Transportation ฝั่งปลายทาง
- Final Delivery ถึงผู้รับ
รายละเอียดจริงขึ้นอยู่กับ Shipment และ Scope ที่ตกลงกัน
เช่น Shipment หนึ่งอาจเริ่มจากโรงงาน Supplier ในต่างประเทศและสิ้นสุดที่ Warehouse ของผู้นำเข้าในประเทศไทย
อีก Shipment อาจเริ่มจาก Warehouse ผู้ส่งออกในไทยและส่งถึง Distribution Center ของลูกค้าในต่างประเทศ
ดังนั้น Door-to-Door ควรเข้าใจว่าเป็น ขอบเขตการขนส่งระหว่างสองจุดที่กำหนด ไม่ใช่ Package มาตรฐานที่มีรายละเอียดเหมือนกันทุก Shipment
Door-to-Door ไม่ได้หมายถึงการใช้ขนส่งรูปแบบเดียว
Door-to-Door Logistics สามารถใช้ Transportation Mode หลายรูปแบบร่วมกันได้
ตัวอย่าง:
Truck → Sea Freight → Truck
หรือ
Truck → Air Freight → Truck
สำหรับการขนส่งในภูมิภาค อาจเป็น:
Truck → Cross-border Customs → Truck
บาง Shipment ยังอาจเกี่ยวข้องกับ Warehouse, Consolidation, Transshipment หรือการส่งหลายจุด
ดังนั้น Door-to-Door จึงควรมองเป็น การประสานงาน Logistics Chain ทั้งเส้นทาง มากกว่าจะมองเป็นวิธีขนส่งเพียง Mode เดียว
ขั้นตอนที่ 1: รับสินค้าที่ต้นทาง
กระบวนการมักเริ่มจากจุดรับสินค้าที่ตกลงกัน เช่น:
- โรงงาน Supplier
- Manufacturer
- Warehouse
- Distribution Center
- Consolidation Warehouse
- Project Site
ก่อนเข้ารับสินค้า ผู้ให้บริการอาจต้องใช้ข้อมูล เช่น:
- Pickup Address
- Contact Person
- Cargo-ready Date
- จำนวน Package
- Gross Weight
- Dimensions
- ประเภทสินค้า
- Loading Requirement
- ข้อจำกัดการเข้าถึงของรถ
- เวลาเปิดรับหรือส่งสินค้า
หากข้อมูล Pickup ไม่ถูกต้อง ปัญหาอาจเกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนเริ่ม International Freight
ตัวอย่างเช่น รถที่จัดไปอาจไม่เหมาะกับขนาดสินค้า หรือ Supplier อาจยัง Pack สินค้าไม่เสร็จ
ธุรกิจจึงควรยืนยัน Cargo Readiness ก่อนนัดรับสินค้า
ขั้นตอนที่ 2: Inland Transportation ฝั่งต้นทาง
หลังรับสินค้า Cargo อาจต้องขนส่งต่อไปยัง:
- Port
- Airport
- Container Freight Station
- Warehouse
- Logistics Facility
กระบวนการนี้มักเรียกว่า Origin Inland Transportation หรือ Pre-carriage
ประเภทรถที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับ:
- Dimensions
- Weight
- Container Type
- Loading Method
- Route
- Delivery Schedule
- Special Handling
สำหรับ Sea Freight แบบ Container ยังอาจเกี่ยวข้องกับ Container Pickup, Stuffing, Weighing และการส่งตู้เข้าสู่ Terminal
ส่วน LCL Cargo มักต้องเข้าสู่ Consolidation Warehouse ก่อนรวมเข้ากับ Shipment อื่น
ขั้นตอนที่ 3: พิธีการส่งออกและ Origin Handling
ก่อนสินค้าออกจากประเทศต้นทาง อาจต้องดำเนิน Export Procedure และ Customs Clearance
เอกสารที่เกี่ยวข้องอาจประกอบด้วย:
- Commercial Invoice
- Packing List
- Export Declaration
- ข้อมูลสำหรับ Bill of Lading หรือ Air Waybill
- Export License หากจำเป็น
- Certificate หรือเอกสารเฉพาะสินค้า
- เอกสารประกอบอื่นตามข้อกำหนด
Cargo อาจต้องผ่าน Warehouse, Terminal, Port หรือ Airport Handling ก่อนออกเดินทาง
การใช้ Door-to-Door Coordination สามารถช่วยเชื่อมขั้นตอนเหล่านี้เข้าด้วยกัน แต่ธุรกิจยังคงต้องให้ข้อมูล Cargo และข้อมูลการค้าอย่างถูกต้อง
หากข้อมูลต้นทางไม่ครบ ผู้ให้บริการก็ไม่สามารถจัดเตรียมข้อมูลศุลกากรที่ถูกต้องได้
ขั้นตอนที่ 4: การขนส่งระหว่างประเทศ
Main Transportation อาจเป็น:
- Sea Freight
- Air Freight
- Cross-border Road Transportation
- Multimodal Logistics
การเลือก Mode ขึ้นอยู่กับ:
- Required Delivery Date
- Cargo Volume
- Weight
- Cargo Value
- ประเภทสินค้า
- Origin / Destination
- Transportation Cost
- Handling Requirement
- Supply Chain Priority
สำหรับ Sea Freight ธุรกิจยังอาจต้องเลือกระหว่าง FCL และ LCL
International Freight จึงควรถูกวางแผนร่วมกับ Pickup, Customs และ Final Delivery ไม่ใช่พิจารณาแยกออกจาก Logistics Chain ทั้งหมด
สำหรับธุรกิจที่ใช้ Sea Freight สามารถศึกษาขั้นตอนนำเข้า-ส่งออกสินค้าทางเรือตั้งแต่การเตรียมสินค้า การจองระวาง พิธีการศุลกากร จนถึง Inland Transportation ที่ปลายทางเพิ่มเติมได้
ขั้นตอนที่ 5: สินค้าถึงประเทศปลายทางและ Destination Handling
เมื่อ Cargo ถึงประเทศปลายทาง โดยทั่วไปสินค้าจะยังไม่สามารถออกจากเรือหรือเครื่องบินแล้วส่งตรงไปถึง Consignee ได้ทันที
อาจต้องผ่าน:
- Unloading
- Terminal Handling
- Warehouse หรือ CFS Handling
- Deconsolidation สำหรับ LCL
- Arrival Documentation
- Delivery Order หรือ Cargo Release Procedure
- การประสานกับ Carrier หรือ Local Agent
รายละเอียดจะแตกต่างกันตาม Air Freight, FCL, LCL, Cross-border และ Shipment Type
ดังนั้น Destination Handling ต้องถูกนำไปรวมในการประเมิน Door-to-Door Lead Time
ขั้นตอนที่ 6: พิธีการศุลกากรขาเข้า
Import Customs Clearance เป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่สุดของ Door-to-Door Shipment
เอกสารอาจประกอบด้วย:
- Import Declaration
- Commercial Invoice
- Packing List
- Bill of Lading หรือ Air Waybill
- HS Code
- Certificate of Origin
- Import License
- Product Registration
- Technical Documentation
- เอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง
อาจมี Duties, Taxes และ Regulatory Requirement ตามประเภทสินค้า
สำหรับธุรกิจที่นำเข้าสินค้ามาประเทศไทย ควรเตรียมเอกสารนำเข้าให้พร้อมก่อน Cargo มาถึง โดยเฉพาะ Shipment ที่อาจต้องใช้ใบอนุญาต Certificate หรือข้อมูลเฉพาะสินค้าเพิ่มเติม
สิ่งสำคัญคือ Door-to-Door Quote ไม่ได้หมายความว่า Duties และ Taxes รวมอยู่เสมอ
ธุรกิจควรตรวจสอบว่า:
- ใครรับผิดชอบ Customs Clearance
- ใครเป็นผู้ชำระ Duties และ Taxes
- Customs Brokerage รวมอยู่ใน Quote หรือไม่
- Permit ถูกตรวจสอบแล้วหรือไม่
- ค่า Inspection รวมอยู่หรือแยกต่างหาก
หากสามารถตรวจสอบเรื่องเหล่านี้ก่อนสินค้าออกจากต้นทางได้ จะช่วยให้การวางแผนเป็นระบบมากขึ้น
ขั้นตอนที่ 7: Cargo Release
เมื่อ Customs Clearance และขั้นตอนที่เกี่ยวข้องเสร็จสิ้น Cargo จึงเข้าสู่กระบวนการ Release
อาจเกี่ยวข้องกับ:
- Customs Release
- Carrier Release
- Terminal Release
- Delivery Order
- Warehouse Release
- การชำระค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
หากเอกสาร ค่าใช้จ่าย หรือ Permit ยังไม่พร้อม สินค้าอาจยังคงอยู่ที่ Port, Airport, Terminal หรือ Warehouse
สิ่งนี้สามารถกระทบทั้ง Delivery Schedule และ Total Logistics Cost
ขั้นตอนที่ 8: Inland Transportation ไปยังปลายทางจริง
หลัง Cargo Release สินค้าจะถูกขนส่งจาก Port, Airport, Terminal, Border Point หรือ Warehouse ไปยัง Final Destination
เช่น:
- Warehouse ผู้นำเข้า
- โรงงาน
- Distribution Center
- Retail Facility
- Construction Site
- Industrial Project Site
- สถานที่ของลูกค้า
ประเภทรถต้องเหมาะสมกับ Cargo และเงื่อนไขการรับสินค้าของปลายทาง
ธุรกิจควรแจ้ง:
- Final Delivery Address
- Contact Person
- Receiving Hours
- Vehicle Restrictions
- Loading / Unloading Requirement
- Equipment Requirement
- Delivery Appointment
สินค้าสามารถเดินทางถึงประเทศปลายทางตรงเวลา แต่ยังส่งถึงโรงงานล่าช้าได้ หาก Inland Transportation ไม่ได้รับการวางแผนไว้ล่วงหน้า
Door-to-Door Quote โดยทั่วไปอาจรวมอะไรบ้าง
ไม่มีรายการมาตรฐานเดียวที่ใช้กับทุก Freight Forwarder หรือทุก Shipment
ตาม Scope ที่ตกลง Quote อาจรวม:
- Origin Pickup
- Origin Trucking
- Export Handling
- Export Customs Clearance
- International Freight
- Destination Handling
- Import Customs Clearance
- Destination Trucking
- Final Delivery
แต่บางรายการอาจถูก Exclude หรือเสนอราคาแยก
ดังนั้นอย่าตัดสินจากคำว่า “Door-to-Door” เพียงอย่างเดียว
ควรตรวจ Quote ทีละรายการ
สำหรับ Shipment แบบ LCL ธุรกิจควรเข้าใจเพิ่มเติมว่าค่าระวาง Origin Handling, Consolidation, Destination Charges และค่าใช้จ่ายอื่นมีผลต่อ Total LCL Cost อย่างไร
ค่าใช้จ่ายอะไรที่อาจไม่ได้รวม
ขึ้นอยู่กับ Quote ค่าใช้จ่ายบางประเภทที่อาจไม่ได้รวม เช่น:
- Import Duty
- Taxes
- Import License
- Government Fee
- Customs Inspection
- Physical Examination
- Storage
- Demurrage
- Detention
- Additional Warehouse Handling
- Waiting Time
- Delivery Attempt เพิ่มเติม
- Special Lifting Equipment
- Cargo Insurance
- Dangerous Goods Surcharge
- Temperature-control Requirement
- ค่าใช้จ่ายจากเหตุการณ์ที่ไม่ได้อยู่ใน Scope
ไม่ได้หมายความว่าทุก Shipment จะเกิดค่าเหล่านี้
แต่ธุรกิจควรเข้าใจว่า หากเกิดขึ้น ใครเป็นผู้รับผิดชอบ
Incoterms เกี่ยวข้องกับ Door-to-Door อย่างไร
Incoterms และ Door-to-Door Logistics มีความเกี่ยวข้องกัน แต่ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
Incoterms กำหนดความรับผิดชอบระหว่าง Buyer และ Seller ภายใต้การซื้อขายระหว่างประเทศ
ส่วน Door-to-Door อธิบาย Scope ของ Logistics Service ระหว่าง Pickup Point และ Delivery Point
ธุรกิจควรแจ้ง Incoterms ให้ Freight Forwarder ทราบ เพื่อช่วยให้เข้าใจว่า:
- Transportation Responsibility เริ่มที่จุดใด
- ใครจัดการ Logistics ในแต่ละ Stage
- Buyer หรือ Seller รับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนใด
- Risk Transfer อยู่ในช่วงใดตาม Commercial Agreement
อย่างไรก็ตาม Freight Quote และ Sales Contract มีวัตถุประสงค์ต่างกัน จึงต้องตรวจทั้งสองส่วนแยกจากกัน
Door-to-Door ต่างจาก Port-to-Port อย่างไร
Port-to-Port หรือ Airport-to-Airport มี Scope จำกัดกว่า
ตัวอย่าง:
Port-to-Port
Port of Loading
→ International Sea Freight
→ Port of Discharge
ในขณะที่ Door-to-Door อาจเป็น:
Supplier
→ Origin Transportation
→ Export Process
→ International Freight
→ Import Process
→ Destination Transportation
→ Consignee
Scope ที่กว้างขึ้นสามารถลดจำนวน Logistics Provider ที่ธุรกิจต้องประสานงานแยกกัน
แต่ยิ่ง Scope กว้าง ก็ยิ่งต้องกำหนดให้ชัดเจนว่า บริการเริ่มที่ไหนและสิ้นสุดที่ไหน
ทำไม Door-to-Door Lead Time ไม่เท่ากับ Freight Transit Time
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือใช้ Transit Time ของเรือหรือเที่ยวบินเป็นเวลาที่สินค้าใช้จนถึงปลายทางจริง
Door-to-Door Lead Time ยังอาจรวม:
- Supplier Preparation
- Pickup
- Export Handling
- Customs
- Waiting for Departure
- International Transit
- Destination Handling
- Import Customs Clearance
- Cargo Release
- Inland Transportation
- Delivery Appointment
ดังนั้น:
Freight Transit Time ≠ Door-to-Door Lead Time
หากธุรกิจต้องวางแผน Inventory หรือกำหนดวันส่งมอบให้ลูกค้า ควรสอบถาม Expected Overall Logistics Timeline ไม่ใช่ดูเฉพาะจำนวนวันที่เรือหรือเครื่องบินเดินทาง
ข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนขอ Door-to-Door Quote
เตรียมข้อมูลต่อไปนี้:
- ประเทศและที่อยู่ Pickup
- ประเทศและ Final Delivery Address
- Product Description
- จำนวน Package
- Gross Weight
- Dimensions
- Packaging Type
- Cargo-ready Date
- Required Delivery Date
- Commercial Value
- Country of Origin
- Incoterms
- Shipper Information
- Consignee Information
- Commercial Invoice
- Packing List
- HS Code หากยืนยันแล้ว
- Import / Export Permit หากจำเป็น
- Special Cargo Characteristics
- Loading / Unloading Requirement
- Customs Clearance Requirement
- Insurance Requirement หากต้องการ
ยิ่งข้อมูลพร้อมเร็ว ผู้ให้บริการก็ยิ่งสามารถประเมิน Route, Transportation Mode และ Operational Risk ได้ชัดเจนขึ้น
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อขอ Door-to-Door Logistics
คิดว่าทุกอย่างรวมอยู่แล้ว
ต้องตรวจ Quote และ Exclusion ทุกครั้ง
แจ้งเพียง Port หรือ Airport
Door-to-Door ต้องใช้ Pickup Address และ Final Delivery Address จริง
ใช้ Dimensions ประมาณการ
Final Packaging สามารถทำให้ Freight Cost และประเภทรถเปลี่ยนได้
รอตรวจ Customs หลังสินค้ามาถึง
Permit และ Supporting Documents ควรถูกตรวจสอบก่อน Shipping หากเป็นไปได้
ดูเฉพาะ International Transit Time
Pickup, Customs, Handling และ Final Delivery ก็มีผลต่อ Lead Time
ไม่แจ้ง Incoterms
อาจทำให้ไม่ชัดเจนว่า Buyer หรือ Seller รับผิดชอบ Logistics Stage ใด
Door-to-Door Logistics เหมาะกับธุรกิจแบบไหน
การประสานงานแบบ Door-to-Door อาจเหมาะกับธุรกิจที่:
- ไม่มี Overseas Logistics Team
- ทำงานกับ Supplier หลายประเทศ
- ต้องประสาน Customs และ Transportation หลายขั้นตอน
- นำเข้าเครื่องจักรหรือสินค้าอุตสาหกรรม
- มี Shipment เชิงพาณิชย์เป็นประจำ
- ต้องการมองเห็นกระบวนการตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง
- ต้องการลดจำนวนผู้ให้บริการที่ต้องประสานงานเอง
- ต้องส่งสินค้าเข้าถึงโรงงาน Warehouse หรือ Project Site
ยังมีประโยชน์สำหรับธุรกิจที่ต้องการเห็น Total Logistics Cost มากกว่าการประเมิน International Freight และ Destination Transportation แยกจากกัน
แต่ Scope ที่เหมาะสมต้องพิจารณาจาก Shipment จริงเสมอ
ก่อนยืนยัน Door-to-Door Quote ควรถามอะไรบ้าง
- Quote เริ่มบริการตั้งแต่จุดไหน?
- สิ้นสุดที่จุดไหน?
- Origin Pickup รวมแล้วหรือยัง?
- Export Customs Clearance รวมไหม?
- ใช้ International Freight Mode อะไร?
- Origin และ Destination Handling รวมไหม?
- Import Customs Clearance รวมไหม?
- Duties และ Taxes รวม หรือ Exclude?
- Inland Delivery ปลายทางรวมไหม?
- มี Minimum หรือ Local Charges อื่นหรือไม่?
- ถ้า Customs Inspection เกิดขึ้น ใครรับผิดชอบค่าใช้จ่าย?
- ถ้าสินค้าต้อง Storage จะคิดอย่างไร?
- Cargo Insurance รวมไหม?
- Quote Validity ถึงวันไหน?
- Door-to-Door Lead Time โดยประมาณเท่าใด?
Quote ที่ตอบคำถามเหล่านี้ได้ชัดเจน จะเปรียบเทียบได้ง่ายกว่าการดู Freight Rate เพียงตัวเดียว
Freight Forwarder ช่วย Door-to-Door Logistics อย่างไร
Freight Forwarder สามารถทำหน้าที่ประสานหลายฝ่ายตลอด Logistics Chain
ธุรกิจสามารถดูภาพรวมบริการของ BOP Express ทั้ง Sea Freight, Air Freight, Customs Clearance, Cross-border Transportation และการประสานงานขนส่งจากต้นทางถึงปลายทางได้จากหน้าบริการของบริษัท
ตาม Scope ของ Shipment งานอาจประกอบด้วย:
- Supplier Coordination
- Cargo Pickup
- Inland Transportation
- Freight Booking
- Origin Handling
- Export Customs Coordination
- Air หรือ Sea Freight
- Overseas Agent Coordination
- Import Customs Clearance
- Cargo Release
- Destination Trucking
- Final Delivery Monitoring
การประสานงานนี้ไม่ได้หมายความว่าสามารถป้องกันความล่าช้าหรือเหตุการณ์ภายนอกได้ทั้งหมด
Customs Inspection, Weather, Capacity, Port Conditions, Documentation Issues และปัจจัยอื่นยังสามารถกระทบ Shipment ได้
แต่การกำหนด Logistics Plan ที่ชัดเจนสามารถช่วยให้ธุรกิจเข้าใจ Responsibility, Timeline และ Potential Issue ได้เป็นระบบมากขึ้น
สรุป
Door-to-Door Logistics ไม่ใช่เพียงการนำ International Freight มารวมกับ Final Delivery เท่านั้น
แต่คือการประสานหลาย Stage ตั้งแต่ต้นทางจนถึงสถานที่ปลายทางที่ตกลงกัน
อาจประกอบด้วย:
- Pickup
- Origin Inland Transportation
- Export Procedure
- International Freight
- Destination Handling
- Import Customs Clearance
- Cargo Release
- Inland Transportation
- Final Delivery
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ต้องเข้าใจ Scope จริงของ Quote
คำว่า “Door-to-Door” ไม่ได้หมายความว่า Duties, Taxes, Inspection, Storage, Insurance, Permit และ Additional Charges ทุกอย่างรวมอยู่แล้ว
ก่อนยืนยัน Shipment ธุรกิจควรตรวจสอบ Freight Quote, Incoterms, Customs Responsibility, Cargo Information, Delivery Requirement, Exclusion และ Door-to-Door Lead Time ให้ชัดเจน
เมื่อ Scope ชัด การเปรียบเทียบ Logistics Quote และวางแผนกระบวนการนำเข้า-ส่งออกก็จะทำได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น
หากต้องการประเมิน Door-to-Door Shipment ตามรายละเอียดงานจริง สามารถติดต่อ BOP Express พร้อมแจ้ง Pickup Location, Final Delivery Address, Cargo Details, Incoterms, Cargo-ready Date และความต้องการด้านพิธีการศุลกากร
คำถามที่พบบ่อย
Door-to-Door รวม Customs Clearance หรือไม่
สามารถรวมได้ แต่ขึ้นอยู่กับ Quote และ Scope ที่ตกลงกัน ควรตรวจว่า Export และ Import Customs Clearance รวมอยู่หรือไม่
Door-to-Door รวมภาษีและอากรนำเข้าหรือไม่
ไม่จำเป็นต้องรวมโดยอัตโนมัติ ต้องตรวจใน Quote และ Commercial Agreement ว่าฝ่ายใดเป็นผู้รับผิดชอบ
Door-to-Door คือ DDP หรือไม่
ไม่ใช่ Door-to-Door เป็นการอธิบาย Scope ด้าน Logistics ส่วน DDP เป็น Incoterm ที่กำหนดความรับผิดชอบทางการค้าระหว่าง Buyer และ Seller
Door-to-Door ใช้ได้ทั้ง FCL และ LCL หรือไม่
ได้ Sea Freight แบบ Door-to-Door สามารถใช้ได้ทั้ง FCL และ LCL ขึ้นอยู่กับ Volume, Handling Requirement, Route และต้นทุน
Transit Time เท่ากับ Door-to-Door Lead Time หรือไม่
ไม่เท่ากัน International Freight Transit เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ Lead Time ทั้งหมด เพราะยังมี Pickup, Handling, Customs Clearance, Cargo Release และ Inland Transportation อีกหลายขั้นตอน